หลุมหลบภัยปลอดพิษกัมมันตรังสี (Fallout Shelter)

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย ยะธาพุทโมนะ, 24 ตุลาคม 2026 เวลา 23:29.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,884
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    หลุมหลบภัยปลอดพิษกัมมันตรังสี (Fallout Shelter) คือสิ่งปลูกสร้างที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันฝุ่นละอองปนเปื้อนรังสีและคลื่นความร้อนจากระเบิดนิวเคลียร์ โดยมีหลักการสำคัญในการทำงาน 3 ส่วนหลัก คือ เวลา (Time) เพื่อรอให้รังสีสลายตัว, ระยะห่าง (Distance) จากจุดระเบิด, และ ฉนวนกำบัง (Shielding) จากวัสดุที่มีความหนาแน่นสูง




    1. โครงสร้างและวัสดุกำบังรังสี (Shielding)
    การลดความเข้มข้นของรังสีแกมมาจำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีความหนาและหนาแน่นสูง ยิ่งวัสดุหนา ปริมาณรังสีที่ทะลุเข้ามาก็จะยิ่งน้อยลง:

    • คอนกรีตเสริมเหล็ก: ต้องมีความหนาอย่างน้อย 30–60 เซนติเมตร
    • ดินหนา: การสร้างหลุมไว้ใต้ดินโดยมีชั้นดินกลบหนาอย่างน้อย 1 เมตร เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดที่สุด
    • แผ่นเหล็กหนา: ใช้สำหรับประตูหนีภัยหรือจุดเชื่อมต่อที่ต้องรับแรงกระแทก



    2. ระบบช่วยชีวิตภายในหลุมหลบภัย
    เพื่อให้สามารถอาศัยอยู่ภายในได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ (ช่วงที่ฝุ่นรังสีภายนอกมีความรุนแรงที่สุด) จำเป็นต้องมีระบบเหล่านี้:

    • ระบบกรองอากาศ (CBRN Filter): ระบบกรองอากาศแรงดันบวกที่สามารถดักจับฝุ่นนิวเคลียร์ สารเคมี และชีวภาพ ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาภายใน
    • ระบบพลังงานสำรอง: เครื่องปั่นไฟและแบตเตอรี่ที่แยกอิสระจากระบบไฟฟ้าภายนอก
    • ระบบกักเก็บน้ำและอาหาร: เสบียงอาหารแห้งและน้ำดื่มที่ปิดผนึกอย่างดีสำหรับทุกคนตามจำนวนวันที่คาดการณ์ไว้


    3. การเปรียบเทียบประเภทหลุมหลบภัย
    ประเภทหลุมหลบภัย ข้อดี ข้อจำกัด
    ใต้ดินถาวร (Underground) ป้องกันรังสีและแรงระเบิดได้ดีที่สุด, เก็บเสบียงได้มาก ค่าก่อสร้างสูงมาก, ใช้เวลาสร้างนาน
    กึ่งใต้ดิน / ดัดแปลง (Basement) ใช้โครงสร้างบ้านที่มีอยู่แล้วได้, ประหยัด 비용 การป้องกันรังสีต่ำกว่าแบบใต้ดินลึก
    ตู้คอนเทนเนอร์เคลื่อนที่ (Mobile/Modular) ติดตั้งรวดเร็ว, ย้ายตำแหน่งได้ พื้นที่จำกัด, รองรับคนได้น้อย





    4. สิ่งจำเป็นที่ต้องเตรียมไว้ภายใน

    • เครื่องวัดปริมาณรังสี (Geiger Counter): สำหรับเช็กระดับรังสีภายนอกก่อนตัดสินใจออกจากหลุม
    • ระบบสื่อสารสำรอง: วิทยุคลื่นสั้น (AM/FM) แบบใช้ถ่านหรือมือหมุน เพื่อรับฟังประกาศจากส่วนกลาง
    • ชุดปฐมพยาบาลและยาจำเป็น: ยาประจำตัว รวมถึงสารโพแทสเซียมไอโอไดด์ (KI) (ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อป้องกันต่อมไทรอยด์จากไอโอดีนรังสี)
     
  2. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,884
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    ลักษณะบ้านที่ป้องกันสารกัมมันตรังสีหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

    หากเกิดสงครามนิวเคลียร์ สิ่งที่อันตรายที่สุดในช่วงแรก ๆ ไม่ใช่แค่แรงระเบิด แต่คือ ฝุ่นกัมมันตรังสี (nuclear fallout) ที่ปลิวลงมาปนเปื้อนอากาศ น้ำ และพื้นดิน
    บ้านที่ “กันรังสีได้จริง” จะต้องอาศัยหลัก มวลหนา + อยู่ต่ำ + ปิดผนึกได้

    หลักการบ้านป้องกันกัมมันตรังสี (หัวใจสำคัญ 4 ข้อ)
    ✅ 1. ต้องมีมวลหนา (Thick & Dense)
    วัสดุที่กันรังสีได้ดี:
    วัสดุ
    ประสิทธิภาพ
    คอนกรีตหนา 30–60 ซม.
    ดีมาก

    ดินอัดแน่น 1–2 เมตร
    ดีเยี่ยม

    อิฐ + คอนกรีตหลายชั้น
    ดี

    เหล็กอย่างเดียว
    ไม่ดีพอ
    ยิ่งหนา ยิ่งกันรังสีได้มาก

    ✅ 2. อยู่ใต้ดินหรือกึ่งใต้ดินดีที่สุด
    อันดับความปลอดภัย
    หลุมหลบภัยใต้ดิน
    ชั้นใต้ดินลึก
    ห้องกลางบ้านไม่มีหน้าต่าง
    ❌ บ้านชั้นเดียวผนังบาง (อันตราย)

    ✅ 3. ไม่มีช่องให้อากาศปนเปื้อนเข้า
    ต้องมี:
    ประตูปิดสนิท (ซีลยาง)
    ช่องอากาศกรองฝุ่นละเอียด (HEPA หรือผ้าหนาๆหลายชั้น)
    ไม่มีหน้าต่าง หรือหน้าต่างหนามาก

    ✅ 4. หลังคาต้องหนัก ไม่ใช่เมทัลชีท
    หลังคาที่ดี:
    คอนกรีตหรือ
    ดินกลบหรือ
    คอนกรีต + ดิน
    หลังคาเบา = รังสีทะลุง่าย ☢️

    ️ แบบบ้านหลบภัยนิวเคลียร์ที่ปลอดภัยจริง (นิยมทั่วโลก)

    ️ แบบที่ 1: บ้านใต้ดินทั้งหลัง (ดีที่สุด)
    ผนังคอนกรีตหนา
    กลบดินทับ
    ทางเข้าเป็นทางโค้งกันรังสี

    แบบที่ 2: ห้องหลบภัยกลางบ้าน
    ล้อมด้วยคอนกรีตทุกด้าน
    ไม่มีหน้าต่าง
    หลังคาหนาพิเศษ

    แบบที่ 3: บ้านดิน (Earth-sheltered house)
    ครึ่งหนึ่งฝังในดิน
    ดินเป็นเกราะรังสีธรรมชาติ
    ความหนาที่เริ่ม “กันได้จริง”

    ความหนา. ลดรังสีได้
    คอนกรีต 30 ซม. ~90%
    คอนกรีต 60 ซม. ~99%
    ดิน 1 เมตร. ~99%+

    ⚠️ สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด
    ❌ บ้านไม้ — แทบกันไม่ได้
    ❌ ผ้าใบ/เต็นท์ — อันตรายมาก
    ❌ เหล็กบาง — กันแรงระเบิดได้แต่ไม่กันรังสี

    ✅ สรุปบ้านกันนิวเคลียร์ที่ได้ผลจริง
    ✔️ ใต้ดินหรือมีดินกลบ
    ✔️ คอนกรีตหนามาก
    ✔️ ปิดผนึกอากาศ
    ✔️ ไม่มีหน้าต่าง
    ✔️ มีเสบียงอย่างน้อย 14 วัน
     
  3. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,884
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    ?temp_hash=1ccc97127146899af27a66e6ed280d96.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,884
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    ?temp_hash=1ccc97127146899af27a66e6ed280d96.jpg
     
  5. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,884
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
    2622.png การเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย




    (ตอนที่ 5 แนวปฏิบัติของประชาชน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี) 269b.png
    ปัจจุบันทั่วโลกมีการใช้ประโยชน์จากวัสดุนิวเคลียร์ และวัสดุกัมมันตรังสีอย่างแพร่หลาย ทำให้มี ความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีจนนำไปสู่สาธารณภัย ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และสิ่งแวดล้อมเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี คือ เหตุการณ์ที่ไม่ปกติที่มีความเสี่ยงอันตรายหรือมีผลกระทบทางรังสีต่อสิ่งมีชีวิต ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม โดยเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
    1. เหตุที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อาทิ เหตุฉุกเฉินทางรังสีจากการทิ้งวัสดุกัมมันตรังสีอย่างไม่ถูกต้อง การเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่งวัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุกัมมันตรังสี รวมถึงการเกิดเพลิงไหม้/การเกิดระเบิดของสถานที่เก็บหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี ซึ่งการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสีจากกรณีดังกล่าวนั้น สามารถทำได้ตามคำแนะนำเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
    • หากพบป้ายสัญลักษณ์ทางรังสีในที่ที่ไม่เหมาะสม (สัญลักษณ์ใบพัดสามแฉก) แจ้งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทันที ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1296 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และควรอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุ
    • หากพบวัสดุกัมมันตรังสี/หีบห่อทางรังสีที่มีลักษณะแตกหักเสียหาย ควรอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี อย่างน้อย 30 เมตร
    • หากพบวัสดุกัมมันตรังสี/หีบห่อทางรังสีที่มีลักษณะของการเปรอะเปื้อนหรือการฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ ควรอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี อย่างน้อย 100 เมตร
    • หากพบวัสดุกัมมันตรังสี/หีบห่อทางรังสีได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้หรือการระเบิดจากเพลิงไหม้ ควรอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี อย่างน้อย 300 เมตร
    • หากพบวัสดุกัมมันตรังสี/หีบห่อทางรังสีได้รับความเสียหายจากการระเบิดจากวัตถุระเบิด ควรอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี อย่างน้อย 400 เมตร
    2. เหตุที่เกิดขึ้นในต่างประเทศแล้วส่งผลกระทบต่อประเทศไทย อาทิ อุบัติเหตุที่เกิดกับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทำให้เกิดฝุ่นกัมมันตรังสีแพร่กระจายมาสู่ประเทศไทย ทำให้ประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบทางรังสี ซึ่งการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสีจากกรณีดังกล่าวนั้น สามารถทำได้ตามคำแนะนำเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
    • ให้อยู่ในที่พักอาศัย หรืออาคารสถานที่ปิด และรอจนกว่าจะได้รับการแจ้งจากหน่วยงานภาครัฐในการปฏิบัติขั้นต่อไป
    • หากจำเป็นต้องออกนอกที่พักอาศัย ให้สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย
    • ติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติ/ข้อห้ามเพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากผลกระทบทางรังสีที่อาจเกิดขึ้น อาทิ อาจจะต้องมีการอพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย การห้ามบริโภคสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์และรังสีที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งการย้ายที่อยู่อาศัยชั่วคราว
    ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีขึ้น ประชาชนจำเป็นต้องมีความรู้และแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจได้รับ ปส. จึงได้จัดทำแนวปฏิบัติของประชาชน กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจสามารถปกป้องตนเอง คนรอบข้างและทรัพย์สินได้อย่างปลอดภัย โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดเอกสาร แนวปฏิบัติของประชาชน



    กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี นี้ได้จากเว็บไซต์ ปส. หรือ ที่ลิงก์
    https://www.oap.go.th/.../%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0.../



    เรียบเรียงโดย ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี



    ?temp_hash=f8b6284f2101a33941bb0bfa097addbc.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. ยะธาพุทโมนะ

    ยะธาพุทโมนะ ก่อนตายไปอีกชาติ .. ใช้กายสังขารสร้างกำลังให้คุ้ม ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    28,884
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,521
    ค่าพลัง:
    +71,083
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...