ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Fox News มะกันรายงาน อิหร่านปล่อยโดรนและยิงมิสไซล์โจมตีเรือ (สินค้า) คู่สัญญาสหรัฐใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
    FB_IMG_1789567980722.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/19K2m8Jfue/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โลกผวาเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนี้ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ดอลลาร์สั่นคลอน ทองคำไหลกลับบ้าน หลายประเทศเริ่มไม่ต้องการเก็บทองคำไว้ในห้องนิรภัยธนาคารกลางสหรัฐฯ

    New York Times รายงาน: เศรษฐกิจโลกเริ่มถอยห่างจากสหรัฐฯ หลังรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์เดินหน้าก่อหนี้มหาศาล ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินเป็นเครื่องมือทางการทูต และผลักดันนโยบายที่สร้างคำถามต่อหลักนิติธรรม นักลงทุนต่างชาติเริ่มลดการพึ่งพาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่หลายประเทศเร่งกระจายทุนออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ขนทองคำกลับประเทศ และพัฒนาระบบชำระเงินทางเลือก

    สถานการณ์ดังกล่าวกำลังท้าทายบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะศูนย์กลางความมั่นคงทางเศรษฐกิจและแหล่งพักเงินของโลก แม้ตลาดการเงินอเมริกันยังมีเงินทุนไหลเข้า ตลาดหุ้นยังได้รับความสนใจ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

    รายงานระบุว่า ความกังวลสำคัญอยู่ที่ภาระหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งแตะระดับราว 40 ล้านล้านดอลลาร์ ประกอบกับการใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเข้มข้นเพื่อจัดการปัญหานโยบายต่างประเทศ ทำให้ธนาคารกลางและนักลงทุนสถาบันของหลายประเทศพยายามลดการถือครองสินทรัพย์ดอลลาร์

    เอสวาร์ ปราสาด อดีตหัวหน้าฝ่ายจีนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการนำดอลลาร์มาใช้เป็นอาวุธผ่านมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน กำลังผลักดันให้ธนาคารกลางและนักลงทุนภาครัฐกระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์

    อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ถึงขั้นกลายเป็นประเทศที่นักลงทุนทั่วโลกหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง สกุลเงินดอลลาร์ยังคงครองบทบาทสำคัญในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ และยังไม่มีสกุลเงินคู่แข่งใดพร้อมเข้ามาแทนที่ได้ในทันที

    สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้การต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคาร โดยยืนยันความเชื่อมั่นต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเงินอเมริกัน พร้อมชี้ว่าการประมูลพันธบัตรรัฐบาลยังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และดอลลาร์ยังคงมีบทบาทสูงในธุรกรรมทั่วโลก เขาระบุว่า สหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำและไม่ควรหวาดกลัวการแข่งขัน เพราะการแข่งขันจะทำให้ระบบแข็งแกร่งขึ้น

    แต่แรงสั่นสะเทือนชัดเจนที่สุดกำลังเกิดขึ้นในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ผลตอบแทนพันธบัตร หรือยีลด์ ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนที่มากขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น สัปดาห์นี้ ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีทะลุ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550 สะท้อนความกังวลต่อสถานะการคลังระยะยาวของประเทศ

    ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของตนเองมูลค่า 5,200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะครบกำหนดในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า เป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มความต้องการซื้อพันธบัตร เพื่อดันราคาพันธบัตรให้สูงขึ้นและลดผลตอบแทนลง

    เบสเซนต์มองว่านักลงทุนยังประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่ำเกินไป พร้อมกล่าวในงานที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นเมธอดิสต์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เขามีข้อมูลที่เหนือกว่าตลาดและพร้อมรับความเสี่ยงจากการลงทุน โดยเปรียบตนเองว่าเป็นเจ้ามือในเกม

    ขณะเดียวกัน นอร์เวย์ ซึ่งบริหารกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศในเดือนนี้ว่า มีแผนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และมองหาสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า สะท้อนการเปลี่ยนแปลงท่าทีของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ต่อความเสี่ยงทางการคลังของสหรัฐฯ

    อีกแรงกดดันอยู่ที่สถานะของดอลลาร์ในระบบการเงินโลก แม้ดอลลาร์ยังถูกใช้ในเกือบ 90% ของธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่สัดส่วนดอลลาร์ในทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกกลับลดลงต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 56% ณ สิ้นปี 2568 ลดลงจาก 64% ในปี 2558

    คริสตีน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป เคยกล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า การกำหนดนโยบายที่ผันผวนของสหรัฐฯ กำลังเปิดทางให้เกิด “ช่วงเวลาของเงินยูโร” หรือการที่สกุลเงินยูโรอาจมีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบการเงินระหว่างประเทศ

    สหรัฐฯ ใช้ความได้เปรียบของดอลลาร์เป็นเครื่องมือดำเนินนโยบายต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคว่ำบาตรอิหร่านและรัสเซีย เนื่องจากดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักของธุรกรรมการเงินข้ามพรมแดน มาตรการคว่ำบาตรจึงสามารถตัดการเข้าถึงระบบการเงินตะวันตกของประเทศเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    แต่การใช้เครื่องมือดังกล่าวบ่อยครั้งขึ้น กลับทำให้หลายประเทศต้องการพัฒนาระบบการเงินที่อยู่นอกอิทธิพลของสหรัฐฯ มากขึ้น

    ช่วงต้นปีนี้ สหรัฐฯ พยายามลดระดับการใช้มาตรการคว่ำบาตร ท่ามกลางความกังวลว่าการทำสงครามทางการเงินมากเกินไปจะเร่งให้ประเทศต่าง ๆ หันไปใช้สกุลเงินอื่น แต่ในเดือนสิงหาคม เบสเซนต์กลับประกาศปฏิบัติการ “Economic Outcast” เพื่อบีบคั้นเศรษฐกิจอิหร่าน พร้อมขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิกับประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับเตหะราน

    รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยอมรับด้วยว่า หากสหรัฐฯ จำเป็นต้องดำเนินมาตรการดังกล่าวจริง อาจส่งผลกระทบรุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบการเงินโลกปั่นป่วนอย่างหนัก

    แม้เงินยูโรและเงินหยวนของจีนยังไม่มีแนวโน้มเข้ามาแทนที่ดอลลาร์ในเร็ววัน แต่เทคโนโลยีการเงินกำลังเปิดช่องทางใหม่ให้ประเทศคู่แข่งลดการพึ่งพาระบบการเงินอเมริกัน ทั้งสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC สเตเบิลคอยน์ และคริปโตเคอร์เรนซี

    จีนกำลังเป็นผู้นำพัฒนาแพลตฟอร์มเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนร่วมกับฮ่องกง ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ภายใต้โครงการ mBridge ซึ่งมุ่งให้การโอนเงินระหว่างประเทศรวดเร็วขึ้นและมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าระบบธนาคารแบบเดิม

    ขณะที่กลุ่มประเทศ G7 และสถาบันการเงินตะวันตกกำลังพัฒนาโครงการชำระเงินข้ามพรมแดนในลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ยังมีความคืบหน้าไม่เท่ากับโครงการที่จีนเป็นแกนนำ

    เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียและอินเดียเปิดเผยว่ากำลังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาระบบชำระเงินการค้าระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง กลไกดังกล่าวจะช่วยให้ทั้งสองประเทศขยายความสัมพันธ์ทางการค้า และลดการพึ่งพาสถาบันการเงินตะวันตกที่อาจถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

    จอช ลิปสกี ประธานฝ่ายเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศของสภาแอตแลนติก กล่าวว่า แนวคิดการลดการพึ่งพาดอลลาร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เทคโนโลยีกำลังทำให้การหลีกเลี่ยงระบบดอลลาร์มีต้นทุนต่ำลงและทำได้ง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมา

    นอกจากเงินดิจิทัลแล้ว ทองคำกำลังกลายเป็นอีกทางเลือกสำคัญของธนาคารกลางทั่วโลก ในปี 2568 ปริมาณทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกแซงหน้าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยนักลงทุนเพิ่มการสะสมทองคำท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

    ปีนี้ ราคาทองคำพุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยเอานซ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งเก็บมูลค่าในช่วงที่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มสูงขึ้น

    ความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นยังนำไปสู่การเคลื่อนย้ายทองคำกลับประเทศต้นทาง หลายประเทศเริ่มไม่ต้องการเก็บทองคำไว้ในห้องนิรภัยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการขู่ขึ้นภาษีศุลกากรต่อพันธมิตรยุโรปของทรัมป์

    ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์เปิดเผยในเดือนนี้ว่า ได้ย้ายทองคำสำรองในอเมริกาเหนือออกจากสหรัฐฯ เป็นสัดส่วนมาก โดยทองคำสำรองดังกล่าวมีน้ำหนักรวม 95 ตัน พร้อมให้เหตุผลถึงความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติ

    ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม ธนาคารกลางฝรั่งเศสเปิดเผยว่าได้ถอนทองคำ 129 ตันจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก และนำกลับไปเก็บไว้ที่กรุงปารีส

    แม้รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ได้ข่มขู่ว่าจะยึดทองคำของต่างประเทศที่เก็บไว้ในสหรัฐฯ แต่การแสดงท่าทีเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น แนวคิดเรื่องการเข้าไปครอบครองกรีนแลนด์และแคนาดา ได้สร้างคำถามต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศ

    แดเนียล แทนเนบอม หุ้นส่วนฝ่ายการเงินและความเสี่ยงของบริษัทโอลิเวอร์ ไวแมน และอดีตผู้ประสานงานด้านการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ประจำธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า ประเทศต่าง ๆ กำลังเกิดความไม่ไว้วางใจต่อสหรัฐฯ และมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

    ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตลาดทุนและทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่ยังลามไปถึงบริษัทอเมริกันที่ต้องการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

    แทนเนบอมระบุว่า การใช้มาตรการภาษีและการควบคุมการส่งออกอย่างเข้มข้นของสหรัฐฯ ทำให้ประเทศและบริษัทในยุโรปเริ่มระมัดระวังการนำเทคโนโลยีอเมริกันมาใช้ในอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหว เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เนื่องจากกังวลว่าการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากสหรัฐฯ อาจเปิดช่องให้รัฐบาลวอชิงตันนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือกดดัน หรือสั่งห้ามและปิดการใช้งานได้ หากเกิดข้อพิพาททางการเมือง เหมือนกรณีที่สหรัฐฯ เคยดำเนินการกับจีนและรัสเซีย

    เมื่อรัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ ต้องประเมินความเสี่ยงว่า สหรัฐฯ อาจนำอำนาจทางเศรษฐกิจมาใช้กับตนเองในอนาคตอย่างไร บทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยจึงเริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้น

    สาระสำคัญของสถานการณ์นี้ไม่ได้อยู่ที่การสิ้นสุดอำนาจของดอลลาร์ในทันที แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของธนาคารกลาง นักลงทุน และภาคธุรกิจทั่วโลก ที่เริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากสหรัฐฯ ผ่านพันธบัตร ทองคำ ระบบชำระเงินดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีทางเลือก

    https://www.facebook.com/share/1HkvDhdYQ8/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุน มาเนต ประกาศลั่น! “เสียมราฐ” เขตปลอดคาสิโน! สั่งทบทวนใบอนุญาตคาสิโนทั่วกัมพูชากว่า 100 แห่ง ทุนไม่ถึงร้อยล้านดอลลาร์อย่าเพิ่งฝัน

    นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ประกาศไม่มีการออกใบอนุญาตเปิดคาสิโนในจังหวัดเสียมราฐ ย้ำเป็นพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม พร้อมสั่งทบทวนใบอนุญาตคาสิโนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ตรวจสอบความจำเป็นและยกระดับเงื่อนไขลงทุนขั้นต่ำ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามแก๊งสแกมออนไลน์และกิจกรรมผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงกับคาสิโน

    เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต กล่าวระหว่างร่วมพิธีเปิดโรงพยาบาลหลวงแม่ ในกรุงพนมเปญ ว่า รัฐบาลจะไม่อนุมัติใบอนุญาตคาสิโนในจังหวัดเสียมราฐอย่างเด็ดขาด แม้มีผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาต โดยยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน

    นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลยังเปิดรับข้อเสนอการลงทุนโรงแรมและโครงการพัฒนาอื่นๆ ที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศ ยกระดับชื่อเสียงของเสียมราฐ และส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว แต่คำขอเปิดคาสิโนจะไม่ได้รับการอนุมัติ แม้การไม่มีคาสิโนอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมย้ำว่าเสียมราฐเป็นจังหวัดมรดกทางวัฒนธรรม

    ส่วนการพนันออนไลน์และกิจกรรมพนันประเภทอื่นๆ นายฮุน มาเนต ระบุว่า รัฐบาลได้ระงับการดำเนินงานแล้ว และตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. 2569 จะไม่มีการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมแก๊งสแกมออนไลน์ เส้นทางการเงินต้องสงสัย และกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการคาสิโน

    นายกรัฐมนตรีเปิดเผยเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังทบทวนภาคธุรกิจคาสิโนทั่วประเทศ หลังพบว่ากัมพูชามีคาสิโนมากกว่า 100 แห่ง พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นของจำนวนดังกล่าว และสั่งยกระดับเงื่อนไขการลงทุน โดยกำหนดให้ผู้ขอใบอนุญาตต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    นายฮุน มาเนต กล่าวว่า ในอดีตข้อกำหนดการเปิดคาสิโนมีระดับต่ำกว่าปัจจุบัน แม้แต่อาคารพาณิชย์ก็สามารถปรับเป็นคาสิโนได้ แต่แนวทางใหม่จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพียงพอ เนื่องจากแนวคิดดั้งเดิมของการอนุญาตคาสิโน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน คือการดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ไม่ใช่การเปิดคาสิโนเพียงเพื่อให้มีสถานที่เล่นพนัน

    รัฐบาลได้จัดตั้งคณะทำงานชุดใหม่เพื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าว ควบคู่กับคณะทำงานเดิม ขณะที่การทบทวนเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบธุรกิจคาสิโนที่เข้มงวดขึ้นในแคมเปญปราบปรามแก๊งสแกมออนไลน์

    รายงานของรัฐบาลระบุว่า ในเดือน ก.ย. 2569 มีการเพิกถอนใบอนุญาตคาสิโน 18 แห่งที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมแก๊งสแกมออนไลน์ และสั่งระงับใบอนุญาตอีก 9 แห่ง ระหว่างรอการสอบสวนเพิ่มเติม

    ด้านการตรวจสอบสถานประกอบการคาสิโนทั่วประเทศ ทางการได้เข้าตรวจคาสิโนที่ได้รับใบอนุญาตทั้ง 195 แห่ง พบว่า 123 แห่งไม่มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับกิจกรรมแก๊งสแกมออนไลน์ ส่วนอีก 72 แห่งได้ระงับการดำเนินงานไปแล้ว

    https://www.facebook.com/share/p/1DkEtTeYyB/
     

แชร์หน้านี้

Loading...