ขอเชิญท่านที่มีความจงรักภักดีและเทิดทูนในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ในห้อง 'งานบุญอื่นๆ' ตั้งกระทู้โดย จงรักภักดี, 28 เมษายน 2009.

  1. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    邆賧 เมืองหนึ่งของน่านเจ้า ทับศัพท์ภาษาไต ว่า เทิ๋งต๋าน แปลว่า ถวายตานก๋วยสลากพระภิกษุสงฆ์

    เยว่ซี 越析 และ ม้งสุ่ย 蒙嶲 เป็นชื่อเมืองเก่าของเสฉวน เมืองนี้น่าจะมาจากชาวจ๊กก๊กที่แพ้ในศึกสามก๊กหลั่งไหลจากเสฉวนมาอยู่

    เหมิงซี (蒙嶲), หล่างฉีอง (浪穹), เถิงถาน (邆賧), ซื่อหลาง (施浪) และเยว่ซี (越析))
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 พฤศจิกายน 2024
  2. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    การวิจารณ์ว่าดาราผอมไป เป็นแค่ค่านิยมคนในสมัยปัจจุบันที่ไปวิจารณ์อดีต. สมัยราชวงศ์หมิงร่วมสมัยกับอยุธยาตอนต้นถึงกลาง ผู้หญิงชาววังแทบไม่กินอะไรเลยเพื่อให้ผอม ต้องสวมชุดที่มีผ้าหลายชั้น ให้ออกมาสวยต้องแต่งตัวด้วยผ้าพริ้วๆแล้ว จะต้อง ดูพริ้วเหมือนเทพธิดาร่ายรำ ตัวไม่หนา ไม่ตัน ผู้หญิงหมิงในราชสำนักหรือในบ้านผู้ดีจึงตัวผอมบางเล็ก ๆ เพื่อให้แต่งตัวออกมาได้สวย รูปร่างบางๆเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อให้เหงื่อไม่เยอะ ตัวจะได้หอมๆ นี่เป็นวิถีราชสำนักหมิง ดูตัวอย่างจากการใช้ชีวิตของตัวละครความรักในหอแดงได้ สาวชนชั้นสูง มักจะบอบบาง กระทบอากาศนิดหน่อยก็ป่วย วิ่งเอาหัวไปชนเสาก็ตายเพราะ บอบบางมาก ประเดี๋ยวก็ป่วย ๆ พระนางมณีจันทร์ป่วยเป็นลมบ่อยเพราะการที่ต้องคุมการกินอย่างเคร่งครัดเพื่อเตรียมการถวายตัวเป็นพระสนม (แต่ท่านจางเปลี่ยนแผนให้มาช่วยเผ่าไทด้วยกันที่สยามแทน ถ้าเข้าวังหลวงปักกิ่ง ท่านจางกลัวว่าจักรพรรดิเสินจงจะแกล้งพระนาง จึงตัดสินใจมาสยามเป็นความลับ ด้วยการปล่อยข่าวว่าตาย)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤศจิกายน 2024
  3. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    2024111617480670.jpg 2024111618033929.jpg

    เครดิตFBเพจ : คิดต่าง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    1i66p2215c7iqqydu54C8_W_400_0_R5_Q90.jpg

    ตอนที่พาพระองค์ศรีออกจากคุก แผลตามตัวที่ถูกเฆี่ยนและจับแช่น้ำอุจจาระนั้นติดเชื้อ ท่านเป็นแผลเหวอะหวะมาก ขอบแผลเน่าเปื่อยยุ่ยแดงและเหม็นมาก ความก้าวหน้าทางการแพทย์ไม่พอที่จะยื้อชีวิตท่านได้ แต่บังเอิญหรือเทพจัดสรร เพราะน้ำที่นี่ใช้น้ำดื่มจากบ่อน้ำผุด หากจะทำปลาแห้งไม่ให้เป็นเชื้อราไว (เตรียมไว้เป็นเสบียงทัพต้องทำโดยเหมาปลามาทีละหลายๆลำเรือแล้วคนร่วมพันบนเกาะลงแรงแร่ปลาอย่างไว 1-2 วันเสร็จ ก่อนทาเกลือ จะเอาน้ำจากบ่อน้ำผุดมาล้างปลาเป็นรอบสุดท้ายก่อนทาเกลือ วิธีนี้ปลาแห้งจะเป็นเชื้อรายากเก็บได้นาน)

    พระนางมณีจันทร์ใช้น้ำจากบ่อน้ำผุดนี้เช็ดตัวให้ลูก และเร่งให้คนไปเมืองจีนไปรับหมอจีนมารักษาพระองค์ศรีที่นี่ น้ำจากบ่อน้ำผุดช่วยรักษาแผลได้ดี ทั้งยาสมุนไพรและยาทา ประคบประหงมประมาณ 8 เดือน จึงเริ่มจะขยับแขนขากินข้าวด้วยตนเองได้

    ปาฎิหารยิ์ที่สมเด็จพระนเรศเลือกเกาะนี้เป็นที่ตั้งเรือน ท่านว่าที่นี่เป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ ตอนนีเเกาะโดนผ่าออกเป็นสองเกาะ จึงดูไม่สวยงามเหมือนสมัยพระนเรศ แถมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็กลายแม่น้ำไปแล้วเพราะขุดแม่น้ำเข้ามาผ่าน บ่อน้ำผุดนี้จึงหายไปแต่บริเวณก็คือใต้พระที่นั่งไอยสวรรค์ทิพยอาสน์

    ข้อมูลจากอินเตอร์เนตเรื่องแร่ธาตในบ่อน้ำผุด

    น้ำในสระที่เห็น มีสีน้ำเงินคราม เพราะเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุต่างๆ หลายชนิด เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต, แมกนีเซียม, แมงกานีส และ กำมะถัน เป็นต้น
     
  5. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    สมัยที่พระนเรศไปถึงจีนเพื่อเจรจาขอซื้ออาวุธโดยเอาสินค้าแลกนั้น ท่านทรงมีพระโมลี ทรงไว้ผมแบบโบราณและมีมวยผมสูงอยู่ข้างบน แต่ไม่ทราบเหตุผลที่ทรงตัดพระเกษาสั้นเหมือนกัน อาจจะเพื่อให้เหมาะกับการออกรบ หรือท่านจะทรงไว้เตือนตัวเองให้เข้มแข็ง อย่ายอมตกเป็นเมืองขึ้นใครอีก เหมือนเยว่อ๋องโกวเจี้ยนคอยเตือนตัวเองด้วยการกินดีขมทุกวันเพื่อให้รู้รสชาติของความขมขื่น พระนเรศอาจจะทรงต้องการเตือนตนไม่ให้หลงไปกับลาภ ทรัพย์ สมบัติ ยศ ตำแหน่งกษัตริย์ หากไม่จำเป็น พระองค์ก็จะไม่รับราชสมบัติ เพราะพระองค์มีพระอัครมเหสีจากราชวงศ์ปาละ แต่ราชวงศ์อื่นที่อยู่ใกล้ชิดกรุงศรีฯเสียผลประโยชน์ แต่ที่ทรงยืนทรนงองอาจสู้ศึกได้เพราะความแข็งแกร่งของวงศ์ปาละของพระนาง มีความสามารถสูงที่จะหาอาวุธยุทโธปกรณ์สนับสนุนทัพได้และสมารถหาเงินและปัจจัยจำเป็นสำหรับบำรุงบ้านเมืองได้ ทำให้ทรงตัดสินใจรับราชสมบัติโดยมีพระนางมณีจันทร์เป็นอัครมเหสี เพราะทรงประเมินความมั่นคงแล้วเห็นว่าเพียงพอในการค้ำยันบ้านเมือง ไม่ต้องเอาราชวงศ์อื่นมาร่วมก็ยังได้ ทั้งละโว้ สุพรรณภูมิ และ ศรีธรรมโศกราช ต้องไปถวายตัวกับพระเอกาทศรถแทน (เท่าที่พอจะคะเนเอา น่าจะเพราะพระนางมณีจันทร์ทรงไม่ค่อยยอมให้พระนเรศทรงมีพระภรรยาหลายองค์ พระนางทรงยอมเท่าที่ต้องดำเนินนโยบายทางการเมืองเท่านั้น)

    มองในแง่เจ้านางจากราชวงศ์เด่นๆทั้ง 4 ต้องมาถวายตัวกับพระเอกาทศรถแทนนั้น ย่อมจะถือได้ว่า พระเอกา มีความสมบูรณ์ในองค์ประกอบของกษัตริย์อยุธยามากกว่า ตรงนี้คงต้องยอมรับ. ที่พระนเรศทรงมีพระมเหสีจากราชวงศ์ปาละ(ราชวงศ์เก่าแก่ที่ร่วมก่อตั้งสยามประเทศมาตั้งแต่เจ้านางจากปาละแต่งกับพระเจ้าสิงห์นร (จีนเรียกว่าพระเจ้าสีนุโล แปลแบบแต้จิ๋วว่า สิงห์น้อย โซ่ยโน้ว แปลว่า เด็ก โล แปลว่า สิงห์ ภาษาโบราณ) ที่พระนเรศทรงมีพระมเหสีจากราชวงศ์ปาละ เพราะ พระมหาธรรมราชเป็นเพื่อนกับจางจวีเจิ้ง รู้จักกันที่กรุงศรีจากการที่จางจวีเจิ้งลาออกจากราชการมาวางเส้นทางการค้าในกรุงศรี ก่อนจางจวีเจิ้งจะกลับเข้ารับราชการรอบที่ 2 ที่กรุงจีนน่าจะรู้จักกันตั้งแต่สมัยสมเด็จพระจักรพรรดิ และทั้งสองต่างรู้จักประวัติศาสตร์ชนชาติไทของตนดี จึงสนิทกันมาก ... พระนางคงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้มากนักในตอนนั้น ทำให้พระนางคิดว่า การแต่งงานมาเป็นมเหสีของพระนเรศไม่ค่อยเหมาะสมกับธรรมเนียมกรุงศรีฯ นี่เป็นสาเหตุที่พระนางจะทรงห้ามพระองค์ศรีไม่ให้ชิงบัลลังค์หลังโดนพระเอกาทำรัฐประหาร ด้วยมองว่าเชื้อสายไม่เหมาะสม. แต่ถ้าพระนางเข้าใจประวัติศาสตร์ได้มากกว่านั้น คงจะไม่ห้ามพระโอรส

    บางทีที่ได้มาทราบเรื่องราวความเป็นมาของพระนาง ที่สงสัยมาเกือบ 15 ปี ว่า จะรู้ไปทำไมนั้น ตอนนี้ต้องถือว่า เริ่มเข้าใจแล้ว เพราะเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระนางสามารถโยงถึงอดีตสมัยน่านเจ้า สมัยราชจันทราแต่งกับราชวงศ์ปาละ เพื่อก่อตั้ง ราชวงศ์ กัมโพชะปาละ หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อคือ ราชวงศ์ กัมโพช-สุริยวงศ์ นั่นเอง...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ธันวาคม 2024
  6. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    Screenshot_20250101_140608_Chrome.jpg
    เจอรอยยิ้มปริศนาที่หาแล้ว เป็นรอยยิ้มของพระนิรันตรายแบบขอม ที่เจอที่ศรีมโหสถ เป็นรอยยิ้มปริศนาของพระที่วัดวรเชษฐ์ นอกเกาะ
    Screenshot_20241231_220002_TikTok.jpg
    2025010114133633.jpg

    พระลอยน้ำที่ไปติดหน้าวัดแม่นางกุย เป็นรอยยิ้มแบบนี้เหมือนกัน
    หายสงสัยแล้ว ยุคพระนเรศ ท่านฟื้นฟูศิลปะขอมทวาราวดีขึ้นมาผ่านพระพุทธรูป

    ยังติดในใจว่า พระนางมณีจันทร์อาจจะเป็นเจ้าภาพบูรณะวัดแม่นางกุย เพราะหน้าจั่ววัดเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑแสดงว่า เจ้าสร้าง อยู่ริมน้ำ ทำเลที่คนทั้งพระนครมองเห็นได้แบบนี้ ต้องคนมีศักดิ์ ถึงจะสร้างได้ ปี พ.ศ.2130 ทรงมีพระโอรส อาจจะทรงฉลองโดยการทำบุญสร้างวัด โดยให้นางกำนัลไปกำกับดูแลการสร้างแทนตัวพระนาง

    กุย น่าจะมาจาก กู๊ย (สำเนียงแต้จิ๋ว) แปลว่าสูงศักดิ์ สูงส่ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 มกราคม 2025
  7. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ปี สงครามยุทธหัตถี หลังปีครองราชย์ 2 ปี
    พระนเรศ ทรงพระชนมายุ 37 พรรษา

    พระนางมณีจันทร์ ทรงพระชนมายุ 26 พรรษา

    พระองค์บัว พระธิดาองค์โต ทรงพระชนมายุ 7 พรรษา อวยพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า เมื่อปี 2133 คราวที่พระบิดาทรงขึ้นครองราชย์ ที่สมเด็จเจ้าฟ้าพระสุวรรณขวัญเมือง

    พระองค์ศรี พระโอรส ทรงพระชนมายุ 5 พรรษา ได้รับพระยศที่พระอุปราชตั้งแต่เล็ก ทรงทำเครื่องประกอบพระอิสริยยศขนาดจิ๋วทรงชื่นชมเอ็นดูพระโอรสมาก ตอนรับพระยศทรง 3 พรรษา กับเครื่องราชูปโภคจิ๋ว ดูน่ารักน่าเอ็นดู เหมาะสมกัน และทรงได้รับพระราชทานพระยศที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพระมหาธรรมราชาธิราช ครองพิษณุโลก

    พม่ายกไพร่พลมามากกว่าไทย เกือบ 2 เท่า

    เมื่อกษัตริย์ทรงเครื่องทรงออกรบ ฝ่ายในทุกคน ต้องออกมาจากพระตำหนักของตนเอง มารวมกันที่ท้องพระโรงใหญ่ ทุกคนต้องก้มกราบส่งเสด็จออกศึกจนกว่าพระองค์จะลับตา พระองค์ออกนอกประตูวังไปจึงจะเงยหน้า แม้กระทั่งพระราชชนนี พระอัครมเหสี พระโอรส ธิดา พระญาติ ต้องมาถวายบังคมก้มหมอบกราบส่งเสด็จ อันเป็นแนวปฎิบัติของฝ่ายใน

    ปีนั้นทุกคนกลัว กลัวว่าจะแพ้ กลัวพม่าจะมายึดเมือง ทุกคนฝากความหวังไว้กับพระนเรศ พระนางก็เช่นกัน ทรงคิดว่าหากพระสวามีแพ้ พระนางจะตายตาม โดยจะส่งลูกไปอยู่กับคนรู้จักในต่างแดน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ธันวาคม 2025
  8. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    จากสัมผัสที่ว่า เมื่อพระราชาตายในสนามรบ พระราชินีของพระองค์จะฆ่าตัวตายตาม วันนี้มีคนเอาสารคดีกึ่งหนังมาให้ดูว่า เมื่อพระราชา ราเชนทรวรมัน แห่งโจฬะ ตาย พระราชินีของพระองค์กระทำศักติ ฆ่าตัวตายตาม

    คนโบราณมั่นคง ใจถึง โดยเฉพาะฝ่ายหญิง คงไม่กล้าตกอยู่ในมือของศัตรู เพราะจะโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนตายหรือถูกศัตรูข่มแหงทารุณจนต้องเลือกฆ่าตัวตายอยู่ดี
    Screenshot_20250119_091703_TikTok.jpg
     
  9. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ที่มาของ จางเล่อจิงชิว เจ้าแคว้นหนองแส ในน่านเจ้า ก่อนจะยกอำนาจปกครองสูงสุดให้สีนุโลผู้เป็นลูกเขย แคว้นน่านเจ้า หรือชื่อแบบสันสกฤตคือ แคว้นเกาฑะ (อ่านว่า เกาดะ)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    https://www.360doc.cn/article/73505834_1019866133.html แป๊ะไว้ก่อน รอแปล

    คร่าวๆ สยาม มีเชื้อสายจากปยู ปยูตั้งชื่อเมืองหลวงว่า ทวาราวดี ก่อนจะลงมาทางใต้ แล้วตั้งทวาราวดี อีกครั้งในแผ่นดินไทยในปัจจุบัน


    เมื่อวาน ค้นพบข้อมูลว่า สุวรรณภูมิคืออินเดียตะวันออก และอินเดียใต้ ในความหมายของคนสมัยราชวงศ์ถังค่ะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    S07-066.jpg ลายไทยลายหนึ่ง ที่เกี่ยวกับราชวงศ์ ที่อาจดัดแปลงจากดอกโบตั๋น อันหมายถึงชื่อของพระนางมณีจันทร์ ดัดแปลงเป็นลายพุดตาน สำหรับสร้าง พระที่นั่งพุดตานถมทอง และพุดตานกาญจนสิงหาส เป็นดอกไม้ชนิดเดียวที่มีโอกาศถูกสลักไว้บนเครื่องสูง รัชกาลที่ 1 พระองค์ท่านสร้างพระที่นั่งเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ แต่ดำรงขนบเดิม คือแกะเป็นลายดอกพุดตานประดับพระที่นั่ง และยังประดับด้วยกระจกเพียง 2 สีเหมือนเดิม หลังสมัยพระนเรศลงมา มีพระเจ้าปราสาททองทรงสืบสานงานศิลป์ พระเจ้าปราสาททองยึดขนบประเพณีการใช้กระจกเพียงสองสี ประดับ คือสีน้ำเงิน และสีเขียว อันหมายถึงพระราชบิดาและพระราชมารดาของพระเจ้าปราสาททอง พระเจ้าปราสาททองทรงรักแม่มาก เทิดพระเกียรติสมเด็จพ่อและสมเด็จแม่สูงสุด โดยไม่ทรงแฝงสัญญลักษณ์ของตนเองไว้ในงานศิลป์เลย ทรงทำถวายให้พ่อกับแม่ทั้งหมด ที่สุดของหัวใจท่านแล้ว ถึงชีวิตคู่ของท่าน(พระเจ้าปราสาททอง) จะไม่ค่อยเต็มร้อย พระชายาบางองค์คิดทำร้ายพระเจ้าปราสาททอง แต่อย่างน้อยชีวิตวัยเด็กของท่านก็ทรงอบอุ่น สนุกสนานตามวัย ให้ทรงระลึกไว้เสมอ ทำให้มีพลังใจไม่ท้อแท้ต่อชีวิตเมื่อต้องเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน เพราะวัยเด็กได้รับการปูพื้นฐานดีเยี่ยมทั้งความอบอุ่นในครอบครัว ความจริงใจของคนในครอบครัว ความรู้ความสามารถ และความภูมิใจในตัวพระราชบิดาและพระราชมารดา

    ดอกพุดตาน ทำให้เห็นความกตัญญูของพระองค์ศรีหรือพระเจ้าปราสาททอง ที่สะท้อนบทบาทของพระนางมณีจันทร์ที่ทรงช่วยสมเด็จพระนเรศกู้อิสรภาพและค้ำบัลลังค์กรุงศรีอยุธยา ราชวงศ์ชั้นหลัง ไม่ลืมพระองค์และพระนาง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ธันวาคม 2025
  12. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ข้าพเจ้าเห็นว่าพระทับทรวงของพระวิสุทธิกษัตริย์ สมเด็จแม่ของสมเด็จพระนเรศ ดุนเป็นลายพระมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก ... ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ แต่เท่าที่เข้าใจ ดุนลายนี้ให้เกิดมงคล และไว้คอยรักษาพระวรกายของ พระราชมารดาสมเด็จพระนเรศวร
     
  13. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    มีอีกเรื่องหนึ่ง ที่เพิ่งเข้าใจ คำว่า เจ้าขรัวมณีจันทร์ น่าจะเป็นคำเรียก ย่า ยาย ที่มียศ ศักดิ์ เป็นเจ้า
    จึงเป็น "เจ้าขรัว" ช่วงปีท้ายๆในพระชนม์ชีพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีหลานตา จากเจ้าแม่วัดดุสิต (พระองค์บัว หรือ เจ้าฟ้าสุวรรณขวัญเมือง) ทรงเป็นทูนกระหม่อมตา ส่วนพระนางจึงเป็นเจ้าขรัว

    เรื่องนี้คืดออกเพราะชื่อเจ้าแม่วัดดุสิต พระนารายณ์เรียกพระองค์บัวที่เป็นเจ้าป้าว่า เจ้าแม่ ส่วนพระนางมณีจันทร์ ก็ต้องเป็น เจ้าขรัวย่า ของสมเด็จพระนารายณ์ เป็นขรัวย่า ที่มียศเป็นเจ้า หลานรุ่นใหญ่ ลูกเจ้าแม่วัดดุสิต กับลูกพระเจ้าปราสาททอง พระนางขอเลี้ยงให้ในฐานะ เป็น เจ้าขรัวยาย เจ้าขรัวย่า ทั้งหมด พระนางทรงชอบดูแลเด็กให้แข็งแรง สุขภาพดี เสื้อผ้าสะอาด เจ็บป่วยก็ทรงมียาสมุนไพรหายากจากต่างประเทศมารักษาให้. หลานๆ เรียกพระนางว่า เจ้าขรัว จนติดปาก ตอนนั้นพระเจ้าปราสาททองยังไม่ได้เป็นกษัตริย์ แต่พระอิสริยยศของพระนางก็ได้กลับมา หลานๆ จึงต้องใช้ศัพท์เจ้ากับพระนาง อาทิการเรียกชื่อย่ายาย ว่า เจ้าขรัว พระนางอยู่ไม่ถึงสมัยพระนารายณ์ประสูติ จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าแม่วัดดุสิต ลูกสาวคนโตของพระนาง ดูแลในฐานะเจ้าป้า แต่พระนารายณ์รักเหมือนแม่ จึงทรงเรียกว่า เจ้าแม่

    เจ้าฟ้าไชย ลูกพระเจ้าปราสาททอง จัดพิธีโสกัณฑ์ที่บางปะอิน เพื่อเป็นเกียรติแก่พระนาง เพื่อย้ำว่าที่บางปะอินแห่งนี้ มีเกียรติ มีศักดิ์ เสมือนด้วยวังหลวง พระเจ้าปราสาททองถวายเกียรติต่อพระมารดาของพระองค์อย่างสูงสุด ถ้าสมัยพระเจ้าปราสาททองเป็นพระกุมาร พระราชบิดาให้จัดพิธีโสกัณฑ์ในวังหลวง พระนเรศทรงถือว่าเป็นลูกเจ้าต้องเกิดในวัง เนื่องจากทรงทำพิธีมงคลที่วังสม่ำเสมอ ดวงพระวิญญาณบูรพกษัตริย์จะคุ้มครอง พระนางเคยขอกลับไปคลอดที่หอราชคฤห์ อยู่หลังย่านตลาดการค้านานาชาติ ที่ชื่อหอราชคฤห์เพื่อเป็นเกียรติกับตระกูลที่เคยเป็นเจ้าครองหนองแส สมัยโบราณนานมา ยุคสมัยพระเจ้าอโศกเคยให้เมืองหนองแสชื่อ กรุงราชคฤห์ราษฎร แปลว่าเมืองการค้านานาชาติราชคฤห์ ราษฎรแปลว่านานาชาติเผ่าพงศ์ บ้านบิดาของพระนางในกรุงศรีจึงชื่อ หอราชคฤห์. พระนางขอกลับไปคลอดที่บ้านบิดา พระนเรศทรงไม่อนุญาติ ท่านบอกลูกเจ้าลูกเชื้อต้องคลอดในวังจึงจะมีสวัสดิมงคล
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 ธันวาคม 2025
  14. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    เศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในกรุงราชคฤห์ในสมัยพุทธกาล คือ โชติกเศรษฐี จึงตั้งตำแหน่งเจ้ากรมท่าซ้าย เป็น โชดึกราชเศรษฐี พำนัก ณ หอราชคฤห์ ในเกาะเมืองอยุทธยา และให้เจ้ากรมท่าซ้ายดำรงตำแหน่งโกษาธิบดีไปด้วย คุมทั้งเจ้ากรมท่าซ้ายและเจ้ากรมท่าขวา และคุมการค้าการต่างประเทศ การทูตต่างประเทศ ทั้งหมด

    โกษา แปลว่า เรือสินค้า

    ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี เจ้ากรมท่าขวา เป็นตำแหน่งทูตการค้าฝั่งตะวันตก ไม่ใช่ตำแหน่งทางศาสนา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 ธันวาคม 2025
  15. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    Gemini_Generated_Image_fex60ifex60ifex6.png หอราชคฤห์ สร้างขึ้นพร้อมวังจันทร์เกษม สักประมาณปี 2120 มีลักษณะเป็นหอเจ้าฟ้าราชวงศ์ฝ่ายเหนือ มีขั้นล่างเป็นตึกมีประตูสีขาวเปิดเข้าออกได้2 บาน ประตูนี้อยู่ใต้บันใดขึ้นชั้นสอง บันไดขึ้นได้จากทางซ้ายและทางขวาขึ้นไปบรรจบกันที่ชานพักตรงกลาง ชานพักนี้อยู่เหนือประตูสีขาวของชั้นล่าง จากชานพักนี้จะขึ้นไปชั้นสองด้วยบันไดไม้ จะมีซุ้มประตูชั้นสองพร้อมประตูไม้ปิดเปิด 2 บาน เมื่อเปิดเข้ามาจะเป็นโถงใหญ่สำหรับรับแขก คล้ายโถงของหอราชพฤกษ์อุทยานในเชียงใหม่ จากประตูชั้นสอง จะมีเรือนไทยปลูกบนพื้นชั้นสองเรียงไป 3 ห้อง ห้องละประมาณ 6 เมตร โดยหันหลังให้โถงใหญ่ มีระเบียงกว้างขวางอยู่หน้าแต่ละห้องพร้อมหลังคาเรือนไทยคลุมจนแสงอาทิตย์ไม่ตกถึงพื้นชั้นสอง ปลูกเรือนบนชั้นสองแบบเดียวกันนี้ทางด้านขวาของประตูชั้นสอง เรือนด้านขวาหันหลังให้หอกลาง โดยหอกลางไม่มีพนังห้อง เปิดโล่ง มีตั่งนั่งเป็นประธาน 1 ตัว และตั่งเรียงอีกข้างละ 3 ตัว พระนางอยู่เรือนปีกด้านซ้าย พระบิดาและพี่ชาย อยู่เรือนปีกด้านขวา ชั้นล่างเก็บดินดำ และลังบรรจุกระบอกปืนนำเข้า ยุทโธปกรณ์นำเข้าอื่นๆ ที่มากับสำเภา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 ธันวาคม 2025
  16. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ขอกราบสดุดีวีรกรรมของทหารกล้าไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงป้จจุบัน
     
  17. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ช่วงที่ยังทรงเป็นอัครชายาของพระเจ้าฝ่ายหน้าหรือ สมเด็จพระนเรศวร พระนางจะพาโอรสธิดาทั้ง 2 คนไปใช้ชีวิตที่ตำหนักบางปะอิน เพราะเมื่อพระนเรศวรเสด็จไปในการศึก พระนางจะต้องเตรียมเสบียงทัพ จำนวนที่จัดเตรียมสำหรับคนหลักหมื่น หลักแสนคน พระนางจึงทรงประจำอยู่ที่เกาะบางปะอิน ซึ่งเมื่อก่อนคือพระตำหนักชื่อ อะไร มีคำว่าจันทร์อยู่ในชื่อ ตอนอยู่ที่วังจันทรเกษม มีของนำเข้ามาถวายมาก จนไม่มีเวลาทำงาน ต้องออกมารับของถวาย พระนางจึงปลีกตัวไปหาตำหนักจันทร์บนเกาะบางปะอิน เพื่อทำงานด้านเสบียงได้ถนัดหน่อย มีความผิดปกติอยู่บ้างตอนที่อาศัยอยู๋วังจันทรเกษมตอนที่พระสวามีไปทัพ จะมีอาหารส่งเข้ามาถวายพระโอรส กับพระธิดามากผิดสังเกต เป็นของที่ตั้งใจทำให้สวยและดูน่ารับประทาน เด็กๆเห็นต้องอดใจไม่ไหวแน่ ที่ผิดสังเกตคือ จะมีเจ้านายส่งขนมนมเนยมาถวายพระโอรสโดยตรงโดยหลบเล้นจากสายตาของพระนาง คิดในแง่ดี ก็คือมีคนเอ็นดูพระโอรส พระธิดาของพระนาง แต่ถ้าคิดในแง่ร้าย หากวางยาพิษลูกของพระนาง พระนางคงเข้าช่วยไม่ทัน คนเมื่อตายแล้วต่อให้เอาคนผิดมาลงโทษได้ ก็ไม่อาจฟื้นชีวิตของพระโอรสพระธิดากลับมา พระนางจึงตัดสินใจไปอยู่ตำหนักจันทร์ บางปะอิน ทุกครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรทรงออกทรงงานด้านทหารนอกพระนคร. พอเป็นแบบนี้บ่อยเข้า จึงทำให้สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้ตำหนักจันทร์ เกาะบางปะอินเป็นที่ประทับประจำแทน โดยยอมทรงลำบากพระวรกายตื่นเช้าขึ้นเพื่อให้ถึงวังหลวง ตอนเช้ามืดเพื่อทรงกำกับการฝึกทหาร และอยู่ว่าราชการจนค่ำ จึงจะประทับเรือฝีพายเร็วมาเกาะบางปะอิน ถึงเกาะตอนค่ำ ก็จะตั้งเครื่องเสวยบนตั่งใหญ่ มีการกางมุ้งใหญ่กันยุ่ง มื้อนี้ จะเสวยพร้อมกัน 4 พระองคฺ โดยพระนางไม่เสวยพระนางทรงติดนิสัยการเสวยเพียงผลไม้และข้าวเล็กน้อย โดยจะเสวยมื้อเดียวคือ มื้อเที่ยง ติดพระนิสัยนี้มาตั้งแต่เล็กที่จะต้องเตรียมตัวเข้าวังหลวงปักกิ่ง ดังนั้น พระนางจะทำหน้าที่ปรนนิบัติทั้งพระสวามีและพระโอรสพระธิดา ไม่ว่าจะต้องแกะกุ้ง รินน้ำ โดยจะทรงสั่งให้นางกำนัลนั่งอยู่นอกมุ้งล้อมตั่งอาหาร ออกไปประมาณ 10 เมตร และให้หมอบก้มหน้า พระนางจะไม่เรียกใช้นางกำนัล จนกว่าพระนเรศวร พระโอรส พระธิดาจะเสวยพระกระยาหารเสร็จ และเสด็จไปห้องส่วนพระองค์แล้ว จึงจะให้นางกำนัลเข้าเก็บกวาดให้เรียบร้อย จนนางกำนัลห้องครัวลงจากพระตำหนักไปแล้ว ก็จะปิดประตูชั้นบนของพระตำหนัก
     
  18. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ในซีรี่ย์หงสาวดี เห็นพระนเรศทรงเป็นเพื่อนกับมังสามเกียดด้วยดี แต่ในใจของพระองค์ทรงรับรู้ถึงความเป็นอยู่อันแสนยากลำบากที่พระบิดาทรงเผชิญ เพราะตอนนั้นพม่าปล้นทรัพย์สินบ้านเมือง เสบียงอาหาร ผ้าผ่อนแพรพรรณ อาวุธยุทโธปกรณ์ไปหมด และยังปล่อยทหารพม่าล่วงลัเมิดหญิงไทยโดยไม่มีความผิด ปล่อยให้คนไทยในแผ่นดินอดอยาก เพราะพม่ามีมาตรการถ้าพบว่ามีทรัพย์มีเสบียงอยู่ที่ใดให้นำไปพม่าทั้งหมด พระนเรศทรงแบกรับความรู้สึกอยากปลดแอกมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์แล้ว ทรงเป็นคนขรึมจนเมื่อประกาศอิสรภาพแล้วนั่นแหละจึงค่อยผ่อนภาระใจหรือคลายความทุกข์ที่แบกเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของราษฎรลงได้ (เพราะเมื่อแข็งข้อต่อพม่า ไม่ถูกริบผลผลิต ราษฏรเริ่มมีกิน แต่ต้องแลกกับศึกที่จะต้องเผชิญหน้ากับพม่า เพื่อรักษาเอกราชเอาไว้ให้ได้ ) นั่นแหละ พระองค์จึงค่อยมีรอยยิ้ม ตอนท่านอายุ 18 ปีที่ไปปรึกษาข้อราชการแผ่นดินกับจางจวีเจิ้งนั้น ในบันทึกจีนก็ได้บรรยายถึงสพาพบ้านเมืองสยามตอนนั่นว่าจนและอดอยาก ประชาชนมีสภาพใกล็เคียงขอทานต้องขออาหารกินประทังชีวิต ช่วงนั้นท่านขรึมมาก แบกทุกข์ของแผ่นดินตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงเข้าใจพระราชบิดาของพระองค์อย่างยิ่ง

    ความในใจของพระองค์สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมไทย
    ช่วงนั้นทรงห่วงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของพืชสวนไร่นา ที่สุด สถาปัตยกรรมโดยเฉพาะโบสถ์วัดไทยที่ทรงสร้าง ทรงหันหน้าทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้เล็กน้อย หรือองศา 100 องศา เช่นวัดวรเชษฐ์ (นอกเกาะ) เป็นทิศของวันเข้าสารท เหมายันต์ เกือบทั้งหมดเพื่อหันหน้ารับโชคให้บ้านเมืองมีพืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มีนาคม 2026 at 10:18
  19. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ภาพตอนสถาปนาเป่าเอ๋อร์เป็นฮ่องเต้น้อย และอู่อันโฮวเซี่ยเจิงเป็นผู้สำเร็จราชการ เปรียบแล้วเหมือนฉากตอนที่พระเจ้าเสินจง (พระเจ้าว่านลี่) ขึ้นครองราชย์ตอนอายุ 6 ขวบ โดยมีมหาเสนาบดีจางจวีเจิ้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ท่านจางจวีเจิ้งเป็นคนหล่อแบบดารา จางหลิงเห่อ แต่ความหล่อแบบคนเปอร์เซีย ไท จีน คือคิ้วกับตาคมเข้มกว่า จางหลิงเห่อ ด้วยซ้ำ คนแซ่จางมาจากเมืองเยว่จื่อในคันธาระ ส่วนใหญ่จะรูปหล่อ (ขอเกาะกระแสละครล่าหยกอวยท่านจางจวีเจิ้ง นิดนึงค่ะ)

    พระนางมณีจันทร์กำเนิดในฐานะลูกสาวของท่านมหาเสนาบดีและภายหลังท่านจางขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนองค์ฮ่องแต้ พระนางก็กลายเป็นท่านหญิง ลูกสาวผู้สำเร็จราชการแผ่นดินรัชกาลที่ 13 แห่งราชวงศ์หมิง

    อีก 2 ปีหลังจากท่านจางขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการ สมเด็จพระนเรศวร (หัวเจ้าซ่ง) ทรงมาถึงปักกิ่งเพื่อจิ้มก้อง และมีข้อราชการเมืองมาปรึกษาหารือกับท่านจาง ในฐานะที่ท่านจางเป็นเชื้อสายเจ้าไทโยนกครองหนองแสมาก่อน ถือว่าเป็นคนไทด้วยกัน) ปีนั้นพระนเรศ 18 พรรษา พระนาง 7 ย่างเข้า 8 พรรษา
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มีนาคม 2026 at 10:28
  20. ทางสายธาตุ

    ทางสายธาตุ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2009
    โพสต์:
    2,937
    ค่าพลัง:
    +6,442
    ในเวปไซด์จีน มีตำนานเขียนถึงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนหนึ่งเดียวของจางจวีเจิ้ง(จางจูเจิ้ง)ไว้ ดังนี้

    กล่าวกันว่าจางจูเจิ้งไม่เพียงแต่มีความสามารถพิเศษด้านการเมืองเท่านั้น แต่ยังเชี่ยวชาญในการมองหาและใช้ประโยชน์จากความสามารถของคนในรัชสมัยของเขาด้วย เขาปรับปรุงระบบราชการให้มีประสิทธิภาพ นำนโยบายใหม่ๆ มาใช้ และสร้างเสถียรภาพทางสังคม เขาไม่เพียงแต่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ แต่ยังปกป้องดินแดนของประเทศอย่างขยันขันแข็ง ปฏิรูปราชสำนักที่ทุจริต และนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของจักรพรรดิ และจักรพรรดิในสมัยนั้นให้ความเคารพเขาอย่างสูง มักเรียกเขาด้วยความเคารพว่า "อาจารย์" เขามีส่วนร่วมในอำนาจของราชสำนักเกือบทุกด้าน ทำหน้าที่เสมือนผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่มีอำนาจมากทีเดียว

    เขาไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในอาชีพการงานเท่านั้น แต่ยังมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา ทุกคนต่างชื่นชมในความสง่างามของเขา ด้วยรูปลักษณ์ที่ดีเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ลูกๆ ของเขาก็สวยงามเช่นกัน เขามีลูกชายหกคนและลูกสาวหนึ่งคน และเนื่องจากมีลูกสาวเพียงคนเดียว เขาจึงรักและทะนุถนอมเธออย่างมาก ราวกับอัญมณีล้ำค่า ลูกสาวของเขาสวยงามเป็นพิเศษ มีรูปร่างสง่างาม และด้วยอำนาจของเขาในราชสำนัก ทำให้ขุนนางและเจ้าชายมากมายต่างต้องการแต่งงานกับเธอ บางทีอาจเป็นเพราะความรักที่มีต่อลูกสาวและความไม่อยากให้เธอแต่งงานเร็วเกินไป หรืออาจเป็นเพราะเขาไม่พบว่าใครถูกใจในบรรดาผู้มาขอแต่งงาน เขาจึงปฏิเสธพวกเขาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้น เขาได้เลือกหลิวคานจือ ลูกชายของเพื่อนเก่า มาเป็นลูกเขย

    ในตำนานบอกว่าท่านจางยกลูกสาวให้คนแซ่หลิว แต่ความจริงท่านจางพามาไทยพร้อมกัน เพื่อไม่ให้เป็นพิรุธจึงจัดพิธีศพให้ตนเอง (ภายหลังจากงานศพผ่านไป 2 ปี ฮ่องเต้ระแคะระคายข่าว จึงมาขุดสุสานท่านจางหาซากศพ พบแต่โลงเปล่าๆ ) ท่านจางพานางมาแต่งให้กับพระนเรศ ด้วยการไม่เรียกสินสอดใดๆ ให้นางยกน้ำชาถวายพระนเรศ 1 ถ้วยเท่านั้น ให้ถือว่าแต่งงานกันแล้ว ยามศึกต้องรวบรัดพิธี คนจีนเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ เพราะมาสยามแบบลับๆ พระนเรศส่งออกขุนท่านหนึ่งออกเรือจากสยามไปคุ้มกันกองเรือท่านจางให้มาถึงสยามอย่างปลอดภัย) ตระกูลหลิวอาจช่วยท่านจางในการปล่อยข่าวปลอมๆว่าลูกสาวท่านจางแต่งเข้าตระกูลหลิวแต่ไม่ยอมร่วมหอ เอาแต่สวดมนต์หน้าพระพุทธรูป อยู่ได้ไม่นานก็สิ้นลม.

    ลูกสาวแสนสวยของจาง จูเจิ้ง แต่งงานกับชายหนุ่มผู้มากความสามารถ และยังคงเป็นพรหมจรรย์จนกระทั่งเสียชีวิต | 163_Mobile NetEase https://share.google/faL5ZiJZ9RcULD8xf
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มีนาคม 2026 at 18:33

แชร์หน้านี้

Loading...