กระแส"พญานาค"กับข้อเท็จจริงบางอย่าง(มีคลิป) คนที่ไม่เชื่อควรดูด้วยดุลพินิจ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 9@Phonlee, 1 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,978
    ค่าพลัง:
    +4,831
    (ปักหมุด126) หน้า162
    :(:(:(:(:(:(:oops::oops:o_O

    (โพส์ตโดย บุรุษไร้เงา)

    เรื่อง เหตุไฉนอรรถาจารย์ รุ่นเก่า
    จึงแฝงธรรมะ จากรูปธรรม
    มาเป็นนามธรรม
    เช่น ศาสนาคริสต์
    หรืออิสลาม ฮินดู อื่นๆจึงไม่มี ปีที่กำเนิด
    เกิดเป็นสัตว์เดรัชฉาน
    ดัง พุทธ เฉก เช่น วอก ระกา จอ กุน ชวด ฉลู
    หมูๆ หมาๆ...

    สอนสัตว์เดรัจฉาน พัฒนามาเป็น สัตว์มนุษย์
    สอนสัตว์มนุษย์ ขึ้นมาเป็นโพธิสัตว์ ที่รู้ๆ
    ทั่วไป เหมือนโพธิสัตว์ โต พรหมรังษี
    อีกท้้ง โพธิสัตว์กวนอิม.........

    ที่มา ท่านผู้พลิกนามธรรมเป็นรูปธรรมกล่าว.....

    ปล. พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ท่านพักอยู่ที่ ชั้นดุสิต
    เป็นปกติอยู่แล้ว..... พระ เย... อยู่ใกล้ๆ
    กับ ลป. ป นั่นหละ แต่บารมี ต่างกันลิบลับ

    ยกเว้น บางท่าน ที่ยังอยู่ มักจะอยู่ในป่า
    บางท่าน ที่เหนือโลกจริงๆ จะมีที่อยู่เฉพาะ...
    บางท่าน ก็ยังมีชีวิตอยู่ ณ ปัจจุบัน

    หลวงปู่ ส ผู้เหนือโลก ถ้าไม่เพราะ ปี ๔๓ ท่าน
    เอาตัวเองเข้าแลก เกี่ยวกับภัยพิบัติ
    ป่านนี้ ท่านก็ยังอยู่
    ปกติเวลาท่าน เสียชีวิต ๓ ถึง ๔ วันท่านก็ฟื้น
    เองเป็นปกติทุกครั้ง
    มาครั้งล่าสุด ลูกศิษย์ก็คิดว่างั้น.....

    บุรุษไร้เงา ( อจ.นพ) 25มกราคม2019
     
  2. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,978
    ค่าพลัง:
    +4,831
    (ปักหมุด127) หน้า163
    :(:(:(:(:(:cool::cool::cool::oops::oops::oops:o_O

    เรื่อง สืบเนื่องจากท่านธีร์ ประธานผู้สร้างลป.ทวด
    องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ปากช่องเขาใหญ่
    ได้ถาม9ว่าคำนำหน้า"ลพ.ทวด กับลป.ทวด"แบบไหนเหมาะสมกว่า
    ผมจึงสืบค้นและค้นหาจากตำราหลากหลายเล่มเพื่อหาข้อสรุปเบื้องต้น
    ตามรายละเอียดข้างล่างดังนี้

    ในการใช้นำหน้า "ลพ.ทวด" กับ "ลป.ทวด"
    แบบไหนดีกว่าและเหมาะสมกว่า

    2019.01.24 วันพฤหัส

    07:22 -- หลวงพ่อทวดชาวปักษ์ใต้ บางคนก็เรียกหลวงปู่ทวด

    18:35 เออ..น่าคิดครับ สมัยก่อนผมก็เรียกลพ.ทวด แต่หลายปีมานี้ผมเรียกลป.ทวดโดยไม่รู้ตัว จริงๆเรียกนำหน้าได้ทั้งสองอย่าง แต่สมัยก่อนผมเด็กๆเท่าที่ได้ยินมาบ่อยกว่าคือลพ.ทวด
    ผมว่ามีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเพื่อใช้ในการสรุปว่าชื่อไหนนำหน้าเหมาะสมกว่า ถ้างานต่างประเทศให้ดูระดับสากล เช่นชาวจีนที่นับถือ ทั้งมาเลย์ สิงคโปร์ จีน กลุ่มนี้นิยมเรียกนำหน้าด้วยลพ.หรือ ลป. ประเด็นนี้สำคัญและเบื้องต้นอาจชี้วัดได้ว่าควรจะใช้ลพ.หรือ ลป. Luang Pho Thuat หรือ Luang Pu Thuat เดี่ยวคืนนี้(ไม่เกินพรุ่งนี้เช้า)ผมจะโทรเช็คถามพี่เขยที่ไต้หวันและญาติที่เป็นไกด์จีนดูว่าลูกทัวร์จีนนิยมใช้ชื่ออันไหน

    19:05 ถ้าตามศักดิ์ตามช่วงอายุเรียกหลวงปู่ทวดก็เหมาะสมกว่า มองในแง่ความเมตตาหลวงปู่ทวดน่าจะมีความรู้สึกที่อิ่มเอิบใจกว่า

    19:17 ประเด็นที่ผมจะกล่าวถึงนี้ก็สำคัญ(เป็นคคห.ที่เพิ่งออกมาจากในใจตอนนี้) คือจุดเริ่มต้นของหลวงพ่อทวดหรือหลวงปู่ทวดครั้งแรก มาจากพระอจ.ทิมนิมิตเห็นรูปพระภิกษุชรานั่งขัดสมาธิบนดอกบัว คำว่า"ชรา"ตามที่พระอจ.ทิมบอกเล่าในนิมิต ย่อมแสดงว่าควรจะเรียกนำหน้าด้วย"หลวงปู่" มากกว่า"หลวงพ่อ" แต่ชาวบ้านทั่วไปที่ได้ยินพระอจ.ทิมเล่าให้ฟัง บางคนเรียกขานคำนำหน้าผิดมาตั้งแต่ต้น

    19:20 ทั้งหมดเป็นเพียงคคห.ส่วนตัวผมนะครับ ไม่อาจเป็นเครื่องชี้วัดอะไรได้ ขอบคุณครับ


    2019.01.25 วันศุกร์

    16:23 เช้านี้ได้มุมมองที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมจากการสอบถามไกด์ที่พาทัวร์จีนมา 20 ปี

    ได้คำตอบที่น่าพอใจคือจีนพุทธบางกรุ๊ปที่มาเที่ยวและศรัทธาลพ.ทวดจะถามถึง"หลวงพ่อทวด" โดยเฉพาะจีนมาเลย์-สิงคโปร์
    กลุ่มนี้จะใช้คำว่า “หลวงพ่อทวด”
    ซึ่งหนังสือภาษาจีนทับศัพท์จะอ่าน”หลวงพ่อทวด”
    *และเวลาเข้าวัดส่วนใหญ่จะเรียกพระว่า “หลวงพ่อ”

    ไม่ว่าพระมีอายุ หรือพระหนุ่ม
    เหตุผลหนึ่งอาจเพราะไม่รู้ศัพท์คำว่า”หลวงปู่”

    สรุปจะเรียก”หลวงปู่” “หลวงพ่อ” คงไม่ผิด
    ความเหมาะสมก็คงขึ้นอยู่ที่แต่ละบุคคล

    ขึ้นอยู่ที่ว่าจะนำไปใช้ในด้านไหน
    ถ้าใช้ในการพิมพ์หนังสือหรือเอกสารแจกชาวจีน
    ก็คงต้องคำนึงถึงความนิยมที่เป็นสากล
    คำว่า“หลวงพ่อทวด” น่าจะตรงกับงานที่จะใช้


    ภาษาอังกฤษยังสะกดออกมาหลายแบบ

    Luang pho thuat (หลวงพ่อทวด)
    Luang phor thuad (หลวงพ่อทวด)
    Luang por tuad (หลวงพ่อทวด)

    Luang pu thuat (หลวงปู่ทวด)
    Luang pu thuad (หลวงปู่ทวด)
    Luang pu tuad (หลวงปู่ทวด)

    ความจริงไม่ว่าจะพิมพ์คำว่า “พ่อ” หรือ “ปู่”
    สำเนียงชาวต่างชาติที่พูดออกมาก็ไม่แตกต่างกันมาก
    บางครั้งฟังแล้วคล้ายๆกัน


    16:41 สำหรับชาวพุทธในเมืองไทย
    เมื่อคืนผมได้สุ่มเช็คจากกูเกิ้ล
    การพูดคุยเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวกับลป.ทวด
    ร้อยละ 60-70 จะใช้คำว่า “หลวงปู่ทวด”

    ส่วนคนในพื้นที่ภาคใต้จะอยู่ที่ร้อยละ 80-90
    :(:(:(:(:(:cool::cool::cool::cool::rolleyes::rolleyes::rolleyes:


    ************************************

    (9@Phonlee, 26 มกราคม 2019)

     
  3. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,978
    ค่าพลัง:
    +4,831
    (ปักหมุด128) หน้า164
    :(:(:cool::cool::cool::cool::oops::oops::oops:o_O

    เรื่อง *ความมหัศจรรย์ของการสวดมนต์*
    โพสต์โดย9@Phonlee เมื่อ 30 มกราคม 2019(7ปีที่ผ่านมา)


    เป็นเรื่องที่น่าสนใจ อย่าพลาดอ่านนะครับ

    เผื่อเป็นประโยชน์กับดวงเมืองที่ประสบกับภัยพิบัติรุนแรงซ้ำซาก
    ในรอบแค่20-30วันที่ผ่านมา
    ทั้งอุทกภัยน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่หาดใหญ่
    รวมทั้งจังหวัดรอบๆเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน68จนมีผู้คนเสียชีวิตกว่า300
    ผ่านไปแค่เดือนกว่า อุบัติเหตุเครนถล่มลงมาทับขบวนรถไฟสายอีสาน
    มีผู้เสียชีวิต 30 ถัดไปอีกวันเครนที่ถนนพระราม2ถล่มพังลงมา มีผู้เสียชีวิต 2
    อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวที่ว่าพระหรือจอมขมังเวทเขมร
    ทำพิธีไสยศาสตร์ตามปราสาทตาเมือนธมและปราสาทหลายแห่งหรือไม่??

    *************************************


    *ความมหัศจรรย์ของการสวดมนต์*

    อาตมา (สมเด็จโต)
    ได้เห็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ด้วยตัวอาตมาเอง

    ในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา 15 ปี
    โดยอาศัยอยู่ในเขตดงพญาไฟ
    ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้ชายแดนของประเทศเขมร

    ในสมัยนั้น…เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และภูติผีวิญญาณ
    ตลอดจนชาวบ้านที่มีเวทมนต์คาถา
    และเล่นคุณไสยกันอยู่อย่างมากมาย
    ในอาณาบริเวณชายแดนแห่งประเทศสยามในตอนนั้น


    อาตมาได้เดินธุดงค์แต่เพียงลำพัง
    ในช่วงนั้นอาตมามิได้ศึกษาในพระเวทมนต์คาถาอาคมใดเลย
    นอกจากคำว่า


    พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ


    ซึ่งมีความหมายว่า ข้าพเจ้าขอยึดมั่น
    พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
    พระธรรมเป็นที่พึ่ง พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง


    อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใด ก็จะกล่าวเพียงคำนี้ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา
    อาตมาเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านชายแดนแห่งประเทศสยาม ในดงพญาไฟขณะนั้น ในหมู่บ้านมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย อาตมาจึงได้ปักกลดอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามกำลังที่เขาจะพอทำได้


    เมื่อเห็นมีพระภิกษุมาปักกลดในที่แห่งนั้น
    อาตมาอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลาหลายปี
    และ ณ ที่แห่งนั้น อาตมาจึงได้พบคุณวิเศษแห่งการสวดมนต์


    มีชาวบ้านผู้หนึ่งได้เข้ามาสนทนากับอาตมาหลังจากได้ถวายอาหารแล้ว ชาวบ้านผู้นั้นอาตมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายผล นายผลได้เล่าให้อาตมาฟังว่า เขาเป็นผู้ฝึกเวทย์มนต์คาถาอาคม เล่าเรียนจนมีญาณแก่กล้า และมักจะทดสอบเวทย์มนต์คาถาอาคมแก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปักกลด ณ บริเวณนี้เป็นประจำ

    เขาเล่าให้อาตมาฟังว่า เขาได้ส่งอำนาจคุณไสยเข้ามาทำร้ายอาตมาทุกคืน
    แต่ไม่ได้หวังทำร้ายเป็นบาปเป็นกรรมถึงตาย
    เพียงแต่ต้องการทดสอบดูว่าภิกษุรูปนั้น
    จะมีวิชาอาคมแก่
    กล้าสามารถที่จะต่อสู้กับคุณไสยเขาได้หรือไม่

    นายผลก็ได้ทำคุณไสยใส่อาตาถึง 7 วัน เต็มๆ
    ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควายธนู หรือปล่อยหนังควาย ปล่อยตะขาบ
    ตลอดจนภูติพรายเข้ามาทำร้ายอาตมา
    แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำร้ายอาตมาได้เลย

    วันนี้จึงได้มากราบเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กับอาตมา
    อาตมาจึงได้บอกว่าตัวอาตมาเองไม่ได้ศึกษาพระเวทย์มนต์คาถา หรือคุณไสยใด
    นายผลก็ไม่ยอมเชื่อหาว่าอาตมาโกหก
    เขาซึ่งเป็นผู้กระทำ ไม่สามารถทำร้ายอาตมาได้
    อาตมาก็พยายามชี้แจงให้เขารู้ว่า อาตมาไม่มีวิชาเหล่านี้จริง ๆ
    ทำให้ผลสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดอาตมา
    จึงไม่ได้รับภัยอันตรายจากอำนาจเวทมนต์คุณไสยดำที่เขาส่งมาทำร้ายได้

    อาตมาได้บอกกล่าวแก่เขาว่า เมื่ออาตมาจะนอน
    อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า

    พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

    สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

    จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย
    จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
    อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
    อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
    และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ

    นายผล เมื่อได้ฟังดังนั้น จึงได้บอกแก่อาตมาว่า..

    ข้าแต่ท่านอาจารย์ ก็เช่นนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านในวันนี้ ก่อนที่ท่านจะจำวัดจงหยุดการสวดมนต์สัก 1 คืน ได้หรือไม่ข้าพเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่า..
    การสวดมนต์ของท่านเช่นนี้จะเป็นเกราะคุ้มครองภัยท่าน
    หรือเป็นเพราะอำนาจเวทมนต์คาถาในภูติผีปิศาจของข้าพเจ้าเสื่อมกันแน่
    ข้าพเจ้าขอรับรองว่า จะไม่ทำอันตรายแก่ท่านอาจารย์อย่างเด็ดขาด
    เพียงแต่ต้องการ ที่จะทดสอบให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่าเกิดอะไรขึ้น

    อาตมาก็ตกลงรับปากแก่นายผลว่า คืนนี้จะไม่ทำการสวดมนต์
    นายผลจึงได้ลากลับไป ครั้นถึงเวลาพลบค่ำ อาตมาก็นอนโดยมิได้ทำการสวดมนต์ตามที่ได้ปฎิบัติเป็นปกติ เมื่ออาตมานอนหลับไป..อาตมารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าอาตมาได้ยินเสียง กุกกัก กุกกัก จะขึ้นมา จึงได้จุดเทียนและพบตะขาบใหญ่ยาวเท่าขาของอาตมากำลังเลื้อยเข้ามาอยู่ใกล้ตัวของอาตมามาก อาตมารู้สึกตกใจถึงหน้าถอดสี และด้วยสัญชาติญาณจึงกล่าวคำสวดมนต์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ด้วยจิตยึดมั่นในพระพุทธองค์เป็นที่พึ่งเป็นเวลานานเท่าใดไม่ทราบได้ เสียงกุกกักและตะขาบที่อยู่ข้างหน้าก็อันตรธานหายไป จากนั้นอาตมาจึงได้จำวัดนอนเป็นปกติ

    ในวันรุ่งขึ้น นายผลก็มาหาอาตมาและได้กล่าวว่า
    เมื่อคืนนี้..ข้าพเจ้าได้ปล่อยตะขาบเข้าไปในกลดที่ท่านพักนักอยู่
    อาตมาบอกว่า อาตมาได้ตื่นมาและตกใจ
    จึงได้สวดมนต์ภาวนา ตะขาบตัวนั้นก็อันตรธานหายไป


    นายผลจึงได้ยกมือพนมขึ้น แล้วกล่าวว่า
    บัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า อำนาจเวทมนต์คาถา
    และคุณไสยใดๆ ของข้าพเจ้ามิอาจทำร้ายท่านได้
    ก็เพราะอำนาจแก่การสวดมนต์ภาวนาของท่าน
    เป็นเกราะคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ ได้


    ที่อาตมา (สมเด็จโต) ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ได้ฟังกัน
    เพื่อให้เป็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ว่า
    เหล่าพรหมเทพได้มาฟังการสวดมนต์จริง
    ดังที่อาตมาได้เทศน์ไว้ เพราะถ้าไม่ใช่เหล่าพวกพรหมเทพแล้วไซร้
    ก็คงไม่สามารถที่จะขับไล่สิ่งที่เกิดจากอำนาจคุณไสย
    ที่นายผลส่งมาเล่นงานอาตมาได้อย่างแน่นอน

    ท่านเจ้าพระยา และ อุบาสก อุบาสิกา ในที่นั้น
    เมื่อได้ฟังคำเทศนาแล้วต่างก็ยกมือขึ้นสาธุว่า
    อานิสงส์ของการสวดมนต์ช่างมีคุณค่าสูงส่งยิ่งนัก

    (จากหนังสือ อมตะธรรม สมเด็จโต)
    อานิสงส์การสวดมนต์แผ่เมตตามหาบุญ
    :):):):):):):rolleyes::rolleyes::rolleyes:o_Oo_O

    (9@Phonlee, 30 มกราคม 2019)


     
  4. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,978
    ค่าพลัง:
    +4,831
    (ปักหมุด 129) หน้า164
    :cool::cool::cool::cool::(:(:(:eek::eek::oops::oops:

    เรื่อง เวทมนตร์ดำที่เกาะลังกาวี(มนตร์ดำมีจริงไหม?)
    สืบเนื่องจากความฝันของหมูเจน...น่าสนใจ
    สอดคล้องกับ"นางพญาเสือเลือดขาวกับพระนางมัสสุรีหรี"
    (เช้านี้9จึงพาไปเจาะเรื่องราวพระนางมัสสุรีที่เกาะลังกาวี)
    (โพสต์เมื่อ28 มกราคม 2019)


    เพราะครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว
    ...9เคยไปแอ่วที่นั่น
    จำได้ว่า...ขึ้นเรือโดยสารที่ท่าเรือสตูล
    เห็นรูปนกอินทรีผงาด...แต่ไกลๆ
    หาดทรายดำแต่ไม่ได้ดำ....อย่างที่คิด
    ในเมืองเล็กๆแห่งนี้มีร้านบะหมี่คนจีน
    ...อร่อยที่สุด(เส้นบะหมี่หอมอร่อย)

    ....ลองอ่านดููนะครับ

    **********************************

    แกะรอยมนต์ขลัง...เกาะลังกาวี
    350,458อ่าน


    [​IMG]

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คมชัดลึก
    lovelycheerful.th.gs


    "......ยินดีจะเสียชีวิต แต่ถ้าบริสุทธิ์ขอให้เลือดตัวเองเป็นสีขาว และขอให้เกาะลังกาวีไม่มีความเจริญ ไม่ให้พบกับสันติสุขไปจนถึง 7 ชั่วโคตร" นี่คืออาถรรพ์คำสาปที่ "พระนางเลือดขาว" หรือ "พระนางมัสสุหรี" ได้เอ่ยปากสาปแช่ง "เกาะลังกาวี" ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์... ใครจะสามารถถอนคำสาปนี้ได้... ใครจะทำให้เกาะลังกาวีเจริญและพ้นจากคำสาปนี้ได้ วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปค้นหาคำตอบของเรื่องราวต่างๆ พร้อมๆ กับเจาะลึกชีวิตของทายาทรุ่นที่ 7 ของ "พระนางเลือดขาว" กันค่ะ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับ "เกาะลังกาวี" กันซะหน่อย...

    "เกาะลังกาวี" (Langkawi) ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ใกล้ฝั่งทะเลตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย อยู่ในรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย ตรงข้ามกับเกาะตะรุเตา ใกล้กับชายแดนไทย อยู่ห่างจากเมืองกัวลาเปอร์ลิส ประมาณ 30 กิโลเมตร และเมืองกัวลาเคดะห์ 51 กิโลเมตร แต่เดิมเกาะลังกาวีเคยเป็นดินแดนของเมืองไทรบุรีที่ตั้งโดยชาวไทยที่เป็นสยามอิสลาม อยู่กับอาณาจักรสยามมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงรัชกาลที่ 5 และได้เสียดินแดนส่วนนี้ให้กับประเทศอังกฤษในที่สุด


    [​IMG]

    สำหรับเรื่องราวของ พระนางเลือดขาว หรือพระนางมัสสุหรี เป็นหญิงสาวชาวภูเก็ตที่อนุชาองค์สุลต่านแห่งลังกาวี ทรงเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากพระนางเป็นหญิงสาวที่มีความเพียบพร้อม ทั้งงานบ้านงานเรือนและความสวยงาม ทั้งๆ ที่ทางราชวงศ์ได้คัดเลือกหญิงสาวชาวลังกาวีหลายคนให้พระอนุชาเลือก แต่ก็ไม่ถูกใจ กลับมาถูกใจสาวไทยชาวภูเก็ต

    พระนางมัสสุหรี มาอยู่กับพระอนุชาของสุลต่านในฐานะพระชายาองค์รอง แต่ด้วยเหตุที่พระชายาองค์ใหญ่ ซึ่งมีฐานะเป็นปะไหมสุหรี มีบุตรเป็นหญิง ส่วนพระนางมัสสุหรี มีบุตรเป็นชายชื่อ "วันฮาเกม" ตามกฎของสำนักพระชายาที่มีบุตรเป็นชายจะได้รับตำแหน่งปะไหมสุหรี ทำให้ชาวลังกาวีที่เป็นพระญาติของปะไหมสุหรีองค์เดิมเก็บความอิจฉาไว้ลึกๆ

    หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้เกิดสงคราม มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามีของพระนางมัสสุหรี ต้องเดินทางออกรบกับกองทัพไทยที่บุกมาโจมตี ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ที่ปองร้ายคิดร้าย ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่า พระนางมัสสุหรีแอบคบชู้ ทำให้องค์สุลต่านตัดสินประหารชีวิตพระนางมัสสุหรีด้วยกริช โดยที่สวามีของนางไม่อาจกลับมาช่วยเหลือได้ทัน

    ซึ่งก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ พระนางมัสสุหรีได้อธิษฐานว่า "หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวีไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน" แต่เมื่อเพชฌฆาตลงคมกริชประหาร คมกริซนั้นกลับไม่ระคายผิวนางเลย เมื่อเป็นเช่นนี้พระนางมัสสุหรีจึงบอกกับเพชฌฆาตให้กลับไปนำกริชพิเศษของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา และเมื่อคมกริชจรดลงไปบนคอของนาง โลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นข้างบนราวกับเป็นร่มโดยไม่ตกลงบนพื้นดินเลย องค์สุลต่านเองก็ช่วยชีวิตพระนางไม่ได้ เพราะพระนางมัสสุหรีเสียเลือดมากแล้ว ด้านพี่ชายของพระนางมัสสุหรีเกรงว่าหลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของพระนางมัสสุหรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ต และเริ่มตั้งรกรากที่นี่ โดยโอรสของพระนางมัสสุหรีเติบโตขึ้นมีนามว่า "โต๊ะวัน" นับเป็นทายาทรุ่นที่ 1

    สำหรับสุสานของนางมาซูรีนั้น มีสุสานที่สร้างด้วยหินอ่อน และคำจารึกภาษามาเลเซียและภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดสร้างทำขึ้นภายหลัง มีข้อความว่า . . .

    MAHSURI BINTI PANDAK MAYAH
    MAHSURI A VICTIM OF TREACHERY AND JEALOUSY WAS SENTENCED TO DEATH IN 1235 HIJRAH OR 1819 A.D. AS SHE DIED SHE LAID A CURSE ON THE ISLAND "THERE SHALL BE NO PEACE AND PROSPERITY ON THIS ISLAND FOR A PEROID OF SEVEN GENERATIONS''

    แปลความได้ว่า . . .

    มัสสุหรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เมื่อศักราช (อิสลาม) 1235 หรือ คริสต์ศักราช 1819 (พ.ศ. 2362) นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งที่แห่งนี้ว่า ''จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา 7 ชั่วอายุคน''


    [​IMG]



    และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา "เกาะลังกาวี" ก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุข เพราะมนตราแห่งการสาปแช่งของพระนางมัสสุหรี มาตั้งแต่ พ.ศ.2362 เป็นเวลา 181 ปี ตกอยู่ในอำนาจของคำสาปที่มืดดำเฉกเช่นชายหาดที่มีสีดำ นัยว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตกต่ำ เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง 7 ชั่วอายุคน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เกาะลังกาวีกำลังจะผ่านพ้นช่วงแห่งความมืดมิด เพราะได้ผ่านพ้นมาแล้ว 6 ชั่วอายุคน และก้าวเข้าสู่คนรุ่นที่ 7 ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นผู้มาแก้คำสาป เพื่อทำให้เกาะลังกาวีหลุดพ้นจากอำนาจลึกลับ

    ทั้งนี้หนังสือพิมพ์หลายๆ สำนักของมาเลเซีย และรัฐบาลมาเลเซีย ต่างพากันออกตามหาผู้สืบทอดเชื้อสายของพระนางมัสสุหรี จนมาพบว่าทายาทรุ่นที่ 7 ได้อาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งก็คือ นางสาวศิรินทรา ยายี มีหลักฐานมากมายที่แสดงถึงความเป็นทายาทผู้ถอนคำสาป ไม่ว่าจะเป็นกริซประจำตระกูล รูปภาพ และบรรพบุรุษชื่อ "วันฮาเกม" ทางรัฐบาลจึงเชิญพระนางทายาทรุ่นที่ 7 กลับสู่เกาะลังกาวี เพื่อถอนคำสาป จากเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตตามปกติ แต่เมื่อเธอได้ไปยืนอยู่บนแผ่นดินเกาะลังกาวี เธอกลับกลายเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ ไปในทันที

    "ศิรินทรา ยายี" หรือ "เมย์" เกิดเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 (สิงหาคม) พ.ศ. 2528 ที่โรงพยาบาลวชิระ จังหวัดภูเก็ต (น่าแปลกที่วันนั้นไม่มีเด็กคนไหนถือกำเนิดเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเธอเลย แถมท้องฟ้าที่ใสกระจ่างกลับมืดดำ และฝนก็เทกระหน่ำลงมานานถึง 1 เดือน) ศิรินทรา ยายี เป็นบุตรสาวของนายสุวรรณ ยายี และนางสุนี ยายี มีน้องชาย 1 คน ปัจจุบัน ศิรินทรา ยายี กำลังศึกษาในระดับชั้นปีที่ 2 ของคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นแอร์โฮสเตส หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ทุนของเอกชนในประเทศมาเลเซีย ให้ศึกษาในมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ มาเลเซีย อยู่ 2 ปี แต่มีปัญหาเรื่องทุนจึงต้องกลับมาเรียนต่อในไทย


    [​IMG]


    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทางประเทศมาเลเซียจะเสนอให้ครอบครัวเธอย้ายไปอยู่ที่นั่น โดยจะมอบบ้าน รถ ที่ดิน และสิทธิในการเป็นเจ้าของเกาะให้ด้วย แต่ศิรินทรา ยายี เลือกที่จะอยู่ต่อที่ประเทศไทย เพราะเธอรักประเทศไทย


    [​IMG]

    "หนูรู้สึกภูมิใจในการที่ได้เกิดเป็นทายาทรุ่นที่ 7 เพราะคุณทวดหนูเป็นคนดี และหนูคงเอาความดีของคุณทวดมาเป็นแบบอย่าง" ศิรินทรา กล่าว

    อย่างไรก็ตาม หลังการไปเยือนเกาะลังการวีของ ศิรินทรา ยายี เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ทำให้เกาะต้องมนต์แห่งนี้ เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพราะรัฐบาลมาเลเซียได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นคืนชีพเกาะลังกาวี ในความเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์

    :):):):):):):):):):)
    [​IMG]


    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    [​IMG]


    (9@Phonlee, 28 มกราคม 2019)

    (ตอกหมุดปิดท้าย)
    เวทมนตร์ดำ(Black Magic) หรือไสยศาสตร์ฝ่ายดำ
    คือการใช้พลังเหนือธรรมชาติ คาถาอาคมและอื่นๆ
    เพื่อจุดประสงค์ที่ชั่วร้ายทำร้ายผู้อื่น(ปักหมุด128ไม่ต่างกัน)

    :cool::cool::cool::cool::cool::cool::cool::eek::eek::eek::eek::eek::eek::rolleyes::rolleyes:o_O
     

แชร์หน้านี้

Loading...